更好的英语,更美好的未来 @ecc

ผู้ปกครองช่วยลูกฝึกภาษาอังกฤษที่บ้านอย่างไร

ผู้ปกครองฝึกภาษาอังกฤษกับลูกที่บ้าน

“กลับจากเรียนแล้วต้องทบทวนกับลูกทุกวันไหม?”

“ภาษาอังกฤษเราเองก็ไม่ได้เก่ง จะสอนลูกผิดหรือเปล่า?”

“เปิดหนังสือทีไร ลูกทำหน้าเหมือนมีการบ้านเพิ่มอีกแล้ว…”

ถ้าเคยรู้สึกแบบนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นคุณครูภาษาอังกฤษประจำบ้าน เพราะการ ฝึกภาษาอังกฤษเด็กที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเปิดหนังสือ ทำ Worksheet หรือจัดเวลานั่งเรียนวันละหนึ่งชั่วโมงเสมอไป

สำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก สิ่งที่มีประโยชน์มากคือการได้เจอภาษาอังกฤษบ่อย ๆ ในสถานการณ์ที่เข้าใจได้ เช่น ตอนกินข้าว แต่งตัว เล่นของเล่น อ่านนิทาน หรือนั่งรถไปโรงเรียน บางวันอาจมีภาษาอังกฤษแค่ 5 นาที บางวันอาจร้องเพลงหนึ่งเพลง แล้วจบแค่นั้นก็ได้ สิ่งสำคัญกว่าความยาวคือ ทำแล้วรู้สึกสบาย ทำซ้ำได้ และไม่ทำให้เด็กคิดว่าภาษาอังกฤษคือการบ้านอีกกองหนึ่ง

พ่อแม่จึงไม่จำเป็นต้อง “สอนแทนครู” แต่สามารถเป็นคนช่วยสร้างพื้นที่ให้ลูกได้ฟัง ได้ลองใช้ และรู้สึกว่าภาษาอังกฤษสามารถอยู่ในชีวิตจริงได้เหมือนกัน Cambridge English สำหรับผู้ปกครองและเด็ก ก็แนะนำแนวทางคล้ายกัน คือให้พ่อแม่ช่วยสร้างโอกาสใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน มากกว่าต้องทำหน้าที่เป็นครูสอนเนื้อหาเอง

选择您想要阅读的章节。 展示

หลักคิดก่อนเริ่มฝึกภาษาอังกฤษกับลูกที่บ้าน

ก่อนหากิจกรรมหรือซื้อหนังสือเพิ่ม ลองตั้งหลักง่าย ๆ สามเรื่องก่อน เพราะถ้าวิธีคิดเริ่มต้นไม่กดดัน ทั้งพ่อแม่และลูกจะทำต่อได้ง่ายขึ้นมาก

เลือกเป้าหมายเล็กและทำซ้ำได้

บางบ้านเริ่มต้นด้วยเป้าหมายใหญ่มาก เช่น “เดือนนี้ต้องจำศัพท์ให้ได้ 100 คำ” แต่สำหรับการ ฝึกภาษาอังกฤษเด็กที่บ้าน เป้าหมายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจริงมักทำได้ต่อเนื่องกว่า

เช่น สัปดาห์นี้ลองใช้คำเกี่ยวกับอาหารตอนกินข้าว หรือเลือกประโยคสั้น ๆ เพียงสองสามประโยคมาใช้ทุกวัน

“Are you hungry?”
“Do you want some milk?”
“Let’s eat!”

ลูกอาจยังไม่ตอบเป็นภาษาอังกฤษทันที ก็ไม่เป็นไร แค่ได้ยินประโยคเดิมในสถานการณ์เดิมหลายครั้ง เขาก็กำลังค่อย ๆ เชื่อมเสียงกับความหมายอยู่

พอคำเหล่านี้เริ่มคุ้น ค่อยเติมคำหรือประโยคใหม่เข้าไป วิธีนี้อาจดูช้ากว่าการเปิด Flashcard ทีละหลายสิบคำ แต่ช่วยให้ภาษามีความหมายกับชีวิตจริงมากกว่า

ใช้ภาษาในบริบทที่เด็กคุ้นเคย

如果你愿意 ฝึกภาษาอังกฤษกับลูก ลองเริ่มจากสิ่งที่เขารู้จักดีอยู่แล้ว

“ตอนแต่งตัวพูดเรื่องสี”
“ตอนเล่นรถพูดเรื่องเร็ว-ช้า”
“ตอนกินข้าวพูดเรื่องอาหาร”
“ตอนเก็บของเล่นใช้คำสั่งง่ายๆ”
“ก่อนนอนพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้”

เพราะเด็กไม่ต้องคิดทั้ง “เรื่องที่จะพูด” และ “ภาษาอังกฤษ” พร้อมกัน

สมมติลูกกำลังถือกล้วยอยู่ เราไม่จำเป็นต้องหยิบบัตรคำขึ้นมาแล้วถามว่า “กล้วยภาษาอังกฤษคืออะไร?”

พูดง่าย ๆ ว่า “Banana! Do you want a banana?” ความหมายอยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว เด็กจึงเดาได้ง่ายกว่า

นี่คือข้อดีของการใช้ภาษาในบริบทจริง เราไม่ได้แค่สอนคำศัพท์ แต่กำลังแสดงให้เห็นว่าคำนี้ใช้ตอนไหน

ให้กำลังใจมากกว่าตรวจผิดถูกทุกคำ

ลองนึกภาพว่าทุกครั้งที่เราพูดภาษาใหม่ มีคนคอยหยุดแล้วบอกว่า

“ผิด”
“ออกเสียงใหม่”
“Grammar ไม่ถูก”

ต่อให้ตั้งใจเรียนแค่ไหน ผ่านไปสักพักก็คงเริ่มไม่อยากพูด

เด็กก็เหมือนกัน ถ้าลูกพูดว่า “I goed to school.” แทนที่จะรีบหยุดแล้วบอกว่า “ไม่ใช่ ต้องพูด went” ทุกครั้ง ลองรับสิ่งที่ลูกกำลังสื่อก่อน “Oh, you went to school!” ลูกจะได้ยินรูปประโยคที่ถูกกลับไป และบทสนทนายังเดินต่อได้

ไม่ได้หมายความว่าห้ามแก้เลย แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ทุกจุดในทุกประโยค โดยเฉพาะช่วงที่เป้าหมายคือทำให้เด็กกล้าพูด

บางครั้งคำชมง่าย ๆ อย่าง “เล่าได้เยอะขึ้นนะ” หรือ “วันนี้นึกคำนี้เองได้ด้วย” ช่วยสร้างแรงอยากใช้ภาษาได้มากกว่าการนับว่าพูดผิดกี่คำ

กิจกรรมสั้น ๆ สำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย

กิจกรรมภาษาอังกฤษสำหรับเด็กไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกวัย เด็กเล็กอาจเรียนรู้จากการฟังและเคลื่อนไหว ส่วนเด็กประถมสามารถเริ่มเล่นกับคำ อ่านเรื่อง และสร้างบทสนทนาได้มากขึ้น

เลือกจากสิ่งที่ลูกสนใจและทำได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มระดับตามพัฒนาการ

เด็กเล็ก: ภาพ เพลง และคำสั่งในกิจวัตร

สำหรับบ้านที่กำลังเริ่มเรียนภาษาอังกฤษเด็กเล็ก ลองใช้เพลงเป็นตัวช่วยก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงใหม่ทุกวัน เลือกเพลงที่ลูกชอบหนึ่งหรือสองเพลงแล้วฟังซ้ำ การที่เด็กร้องบางคำตามได้ หรือเริ่มทำท่าก่อนถึงท่อนที่คุ้น แปลว่าเขากำลังจำรูปแบบภาษาอยู่

ภาพและของจริงก็ใช้ได้ดี ลองหยิบของเล่นสามชิ้นแล้วพูดว่า

“Where is the car?”
“Can you find the bear?”

เด็กไม่จำเป็นต้องตอบเป็นประโยค แค่หยิบของถูกก็ถือว่าเข้าใจแล้ว อีกวิธีคือใช้คำสั่งง่าย ๆ ในกิจวัตร เช่น

“Put on your shoes.”
“Wash your hands.”
“Open the door.”
“Let’s go.”

คำเหล่านี้มีการกระทำตามทันที เด็กจึงค่อย ๆ เข้าใจโดยไม่ต้องนั่งจำคำแปล

เด็กประถม: เกมคำศัพท์ เรื่องสั้น และบทสนทนาง่าย

สำหรับภาษาอังกฤษเด็กประถม เราสามารถเพิ่ม Challenge เล็ก ๆ เข้าไปได้ เช่น เกม “หาให้ได้ 5 อย่าง” ระหว่างเดินซูเปอร์มาร์เก็ต

“Find something red.”
“Find something cold.”
“Find three fruits.”

หรือเล่นเกมหมวดคำศัพท์ ตั้งเวลา 30 วินาทีแล้วผลัดกันพูดชื่อสัตว์ อาหาร กีฬา หรือสิ่งของในบ้าน ใครนึกไม่ออกก่อนก็จบรอบ

อีกกิจกรรมคือ “คำถามประจำวัน” ไม่ต้องถามเยอะ เอาวันละหนึ่งข้อก็พอ เช่น

“What was the best thing today?”
“What did you eat for lunch?”
“Who did you play with?”

ช่วงแรกตอบสั้น ๆ ได้ พ่อแม่ช่วยต่อคำถามอีกหนึ่งคำถาม แล้วจบ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น Conversation Class ทุกมื้อเย็น

การ ฝึกภาษาอังกฤษเด็กที่บ้าน แบบนี้ช่วยให้สิ่งที่เรียนมาเริ่มถูกหยิบออกมาใช้งานจริง กิจกรรมเหล่านี้ยังต่อยอดได้ดีสำหรับบ้านที่กำลังพิจารณาคอร์สเสริมด้วย หากอยากดูว่าคอร์สภาษาอังกฤษเด็กประถมควรเน้นทักษะใดต่อ สามารถอ่านที่ 小学生应该如何选择英语课程?

เด็กที่เริ่มอ่านได้: หนังสือสั้น ป้าย และการเล่าเรื่องกลับ

ถ้าลูกเริ่มอ่านภาษาอังกฤษได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อหนังสือเล่มหนา เลือกเรื่องสั้นที่อ่านแล้วเข้าใจได้เป็นส่วนใหญ่ดีกว่า เพราะเด็กจะมีพลังเหลือสำหรับสนุกกับเรื่อง ไม่ต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการแกะทุกคำ อ่านด้วยกันแล้วลองถามง่าย ๆ เช่น

“Who is this?”
“Where are they going?”
“What happens next?”

หรือให้ลูกเลือกหน้าที่ชอบแล้วเล่าเป็นคำของตัวเอง ไม่ต้องจำประโยคจากหนังสือ

นอกจากหนังสือ สิ่งรอบตัวก็อ่านได้ ป้ายร้าน เมนูอาหาร กล่องซีเรียล ชื่อสินค้า หรือคำบนของเล่น ล้วนเป็นข้อความภาษาอังกฤษจริงที่เด็กพบในชีวิตประจำวัน

พอเห็นคำที่เคยเรียนอยู่บนของจริง เด็กจะเริ่มรู้สึกว่า “อ๋อ คำนี้ไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือเรียน”

สร้างโอกาสพูดโดยไม่ทำให้ลูกกลัว

เรื่องหนึ่งที่พ่อแม่มักกังวลคือ “เข้าใจหมด แต่ไม่ยอมพูด” ตรงนี้ยิ่งเร่ง บางครั้งเด็กยิ่งเงียบ แทนที่จะตั้งเป้าว่าต้องให้พูดทุกวัน ลองสร้างสถานการณ์ที่ อยากพูด มากขึ้นก่อน

ใช้คำถามปลายเปิดที่ตอบได้หลายแบบ

ถ้าทุกคำถามมีคำตอบเดียว เช่น

“What color is this?”
“What is this?”
“How many apples?”

เด็กอาจเริ่มรู้สึกว่าพ่อแม่กำลังเช็กความรู้

คำถามแบบนี้ใช้ได้ แต่ลองสลับกับคำถามที่ไม่มีคำตอบผิดถูก เช่น

“Which one do you like?”
“你最喜欢的角色是谁?”
“What do you want to eat?”
“What do you think happens next?”

เด็กจะมีพื้นที่พูดสิ่งที่ตัวเองคิดมากขึ้น ถ้ายังยากไป ให้ตัวเลือกช่วยได้ เช่น “Do you want pizza or noodles?” พอตอบแล้วค่อยขยายว่า “Why?” แค่นี้ก็เริ่มเป็นบทสนทนาแล้ว

เล่นบทบาทจากชีวิตประจำวัน

Role Play เป็นหนึ่งในกิจกรรมภาษาอังกฤษสำหรับเด็กที่ทำง่ายมาก เพราะใช้ของที่มีอยู่แล้วในบ้าน

“เล่นร้านไอศกรีม โดยลูกเป็นคนขาย”
“เล่นร้านอาหาร ให้พ่อแม่เป็นลูกค้า”
“เล่นโรงพยาบาลสัตว์กับตุ๊กตา”
หรือ “เล่นสนามบินด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็ก”

ไม่จำเป็นต้องเตรียม Script เต็มหน้า เริ่มจากประโยคง่าย ๆ เช่น

“What would you like?”
“I want chocolate.”
“Here you are.”
“Thank you.”

เด็กมักกล้าพูดมากขึ้นเวลาภาษากลายเป็นส่วนหนึ่งของเกม แทนที่จะรู้สึกว่ากำลังถูกเรียกมาตอบคำถามภาษาอังกฤษ

ให้เวลาเด็กคิดก่อนช่วย

เวลาถามคำถามแล้วลูกเงียบ คุณพ่อคุณแม่หลายคนอดไม่ได้ที่จะรีบตอบแทน “จำไม่ได้เหรอ? Apple ไง” แต่เด็กอาจกำลังนึกอยู่จริง ๆ ลองรอเพิ่มอีกนิด หรือช่วยเพียงคำแรก เช่น “I like…” แล้วให้ลูกเติมต่อเอง

ถ้ายังนึกไม่ออกค่อยให้ตัวเลือก การเว้นเวลาเล็ก ๆ ทำให้เด็กรู้ว่าเขามีโอกาสคิดและตอบด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องแข่งกับพ่อแม่ว่าใครนึกคำออกก่อน

หากลูกเข้าใจภาษาอังกฤษแต่ยังไม่ค่อยกล้าพูด สามารถอ่านต่อที่ 如何帮助孩子更自信地说英语 เพื่อดูว่าสาเหตุอาจมาจากความมั่นใจ พื้นฐาน หรือสถานการณ์ที่ใช้ภาษา

เชื่อมการฝึกที่บ้านกับสิ่งที่เรียนในคอร์ส

ถ้าลูกกำลังเรียนคอร์สอยู่แล้ว บ้านไม่จำเป็นต้องสร้างหลักสูตรอีกชุด ง่ายที่สุดคือ หยิบสิ่งที่กำลังเรียนมาเล่นต่อ เด็กจะได้เจอภาษาเดิมซ้ำในบริบทใหม่ และพ่อแม่ก็ไม่ต้องเดาว่าควรสอนอะไรต่อ

ถามครูเรื่องคำศัพท์หรือหัวข้อที่กำลังเรียน

ลองถามลูกหรือครูว่าช่วงนี้กำลังเรียนเรื่องอะไร

“ถ้าเรียนเรื่อง Animals สัปดาห์นี้ ที่บ้านก็อาจเล่นทายเสียงสัตว์”

“ถ้าเรียนเรื่อง Daily Routine ลองใช้ภาษาอังกฤษตอนตื่นนอนหรือก่อนนอน”

“ถ้าเรียนเรื่อง Food ลองให้ลูกช่วยเลือกเมนูแล้วพูดชื่ออาหาร”

การ ฝึกภาษาอังกฤษกับลูก จึงกลายเป็นการทบทวนแบบแทบไม่รู้สึกว่ากำลังทบทวน หากไม่แน่ใจว่าควรฝึกอะไร สามารถถามครูตรง ๆ ว่า “ช่วงนี้มีคำหรือประโยคไหนที่เอาไปเล่นต่อที่บ้านได้บ้าง?”

คำถามเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยให้สิ่งที่เกิดในห้องเรียนกับที่บ้านเชื่อมกันมากขึ้น

ไม่เร่งเนื้อหาเกินระดับของเด็ก

บางครั้งพอเห็นลูกเริ่มทำได้ พ่อแม่ก็อยากช่วยให้ไปเร็วขึ้น

เรียนคำศัพท์ 10 คำ ก็เพิ่มให้อีก 20 คำ อ่านประโยคสั้นได้ ก็หยิบหนังสือยาวขึ้นทันที

แต่การพัฒนาภาษาไม่จำเป็นต้องรีบเพิ่มของใหม่ตลอดเวลา การได้ใช้สิ่งเดิมหลายครั้งมีประโยชน์มาก

คำศัพท์หนึ่งคำที่เด็กสามารถฟังเข้าใจ พูดเอง อ่านเจอแล้วรู้ และนำมาใช้ในประโยคได้ มีคุณค่ามากกว่ารู้ความหมายของคำจำนวนมากแต่ยังหยิบมาใช้ไม่ได้

เวลาฝึกภาษาอังกฤษเด็กที่บ้านจึงไม่จำเป็นต้องเดินนำคอร์สเสมอไป เดินข้าง ๆ กันก็พอ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

พ่อแม่มีความตั้งใจดี แต่บางวิธีอาจทำให้เด็กรู้สึกกดดันโดยที่เราไม่ทันสังเกต

ทำให้ทุกช่วงเวลาเป็นการทดสอบ

เห็นนมก็ถาม “Milk แปลว่าอะไร?”
เห็นหมาก็ถาม “Dog สะกดยังไง?”
เห็นสีแดงก็ถาม “สีนี้ภาษาอังกฤษคืออะไร?”

ถ้าเกิดขึ้นตลอดเวลา ลูกอาจเริ่มระแวงว่าอยู่กับพ่อแม่เมื่อไร มี Quiz ซ่อนอยู่เมื่อนั้น

บางครั้งแค่พูดภาษาออกไปโดยไม่ถามกลับก็ได้

“Oh, a big dog!”
“Your shirt is red today.”

เด็กได้ยินภาษาเหมือนกัน แต่ไม่ต้องอยู่ในโหมดตอบให้ถูก

เปรียบเทียบกับพี่น้องหรือเพื่อน

“พี่อายุเท่านี้พูดได้แล้วนะ” หรือ “เพื่อนในคลาสเขาตอบได้ ทำไมหนูไม่พูดล่ะ?”

ประโยคแบบนี้อาจตั้งใจใช้กระตุ้น แต่เด็กอาจได้ยินเป็น “เรายังไม่ดีเท่าคนอื่น”

เด็กแต่ละคนมีจังหวะต่างกัน บางคนพูดก่อนอ่าน บางคนอ่านเก่งแต่ใช้เวลานานกว่าจะกล้าพูด ลองเปรียบเทียบลูกกับตัวเองในอดีตแทน เช่น “เมื่อก่อนคำนี้ต้องให้แม่ช่วย ตอนนี้จำเองได้แล้วนะ” ความก้าวหน้าเล็ก ๆ แบบนี้จับต้องได้และเป็นของเด็กจริงๆ

ใช้สื่อยากเกินจนเด็กเลิกสนใจ

การ์ตูนภาษาอังกฤษไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกเรื่องเพียงเพราะเป็นภาษาอังกฤษ

ถ้าเนื้อหาเร็ว คำศัพท์ยาก และเด็กไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาอาจดูภาพได้ แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับภาษามากนัก หรือสุดท้ายอาจเลิกสนใจไปเลย

เลือกสื่อที่เด็กเข้าใจภาพรวมได้ และมีความยากเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันเพียงเล็กน้อยดีกว่า ถ้าดูแล้วหัวเราะ เดาเรื่องได้ และเริ่มจับคำบางคำ นั่นมักเป็นจุดที่เหมาะสำหรับใช้ต่อยอด

常见问题

พ่อแม่ไม่เก่งภาษาอังกฤษจะช่วยลูกได้ไหม

ได้ และไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษคล่องก่อนถึงจะช่วยลูกได้

บทบาทของพ่อแม่ไม่ใช่การแทนครู แต่คือช่วยสร้างโอกาสให้เด็กเจอภาษาอย่างสม่ำเสมอ สามารถเปิดเพลง อ่านหนังสือไปพร้อมกัน เล่นเกมคำศัพท์ หรือถามครูว่าช่วงนี้ลูกกำลังเรียนอะไร แล้วช่วยทบทวนเฉพาะสิ่งนั้น

ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการออกเสียง ก็ไม่จำเป็นต้องเดา ใช้สื่อเสียงที่เชื่อถือได้ประกอบ แล้วเรียนไปพร้อมกับลูกก็ได้

บางครั้งการพูดว่า “คำนี้แม่ก็ยังไม่รู้ เดี๋ยวเราหาด้วยกัน” ยังช่วยให้เด็กรู้ด้วยว่า การไม่รู้ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอาย

ควรฝึกวันละกี่นาที

ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับเด็กทุกคน

เด็กเล็กอาจได้ภาษาอังกฤษจากช่วงสั้น ๆ หลายครั้ง เช่น เพลงตอนเช้า 3 นาที คำสั่งตอนแต่งตัว และนิทานก่อนนอน

เด็กประถมอาจมีกิจกรรมต่อเนื่องขึ้น เช่น อ่านเรื่องหรือเล่นเกมประมาณ 10-15 นาที หากยังสนุกก็ทำต่อได้

สิ่งที่ควรดูคือ หลังทำกิจกรรมแล้วลูกยังอยากกลับมาทำอีกไหม ไม่จำเป็นต้องหยุดตรงนาทีที่กำหนด และก็ไม่จำเป็นต้องยืดให้ครบเวลาหากเด็กเหนื่อยแล้ว สำหรับการฝึกภาษาอังกฤษเด็กที่บ้าน ทำสั้นแต่กลับมาทำได้เรื่อย ๆ มักเหมาะกับชีวิตจริงของครอบครัวมากกว่าการตั้งเป้าหนักจนทำได้เพียงไม่กี่วัน

ต้องแก้การออกเสียงของลูกทุกครั้งหรือไม่

“ไม่จำเป็น” ถ้าเป็นเสียงที่ทำให้ความหมายเปลี่ยน หรือเด็กออกผิดซ้ำจนกลายเป็นความเคยชิน สามารถเลือกจังหวะช่วยแก้ได้

แต่ถ้ากำลังเล่าเรื่องอย่างสนุกแล้วออกเสียงคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องหยุดบทสนทนาทุกครั้ง

วิธีง่าย ๆ คือพูดคำนั้นกลับไปอย่างถูกต้องแล้วคุยต่อ เช่น ลูกออกเสียงคำหนึ่งคลาดเคลื่อน พ่อแม่อาจตอบโดยใช้คำนั้นในประโยคอีกครั้ง เด็กจะได้ยินรูปที่ถูกโดยไม่รู้สึกว่าถูกตำหนิ

สุดท้ายแล้ว การฝึกภาษาอังกฤษเด็กที่บ้านไม่จำเป็นต้องทำให้บ้านมีตารางเรียนเพิ่มอีกหนึ่งวิชา

ลองเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่มีอยู่แล้ว

“หนึ่งเพลงบนรถ”
“หนึ่งคำถามตอนกินข้าว”
“หนึ่งเกมระหว่างเก็บของเล่น”
“หนึ่งเรื่องสั้นก่อนนอน”

บางวันทำได้เยอะ บางวันแทบไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลย ก็ไม่เป็นไร

สิ่งที่เรากำลังสร้างไม่ใช่สถิติว่าลูกเรียนวันละกี่นาที แต่คือความรู้สึกว่า ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่หยิบมาใช้ได้โดยไม่ต้องกลัวผิด

หากต้องการดูว่าการฝึกที่บ้านควรเชื่อมต่อกับการเรียนแบบไหน สามารถอ่าน 如何根据孩子的年龄选择适合他们的英语课程 เพื่อดูพื้นฐาน เป้าหมาย และแนวทางเรียนของเด็กแต่ละช่วงวัย

และหากกำลังมองหาคอร์สสำหรับต่อยอด สามารถดูรายละเอียด ecc的英语课程 พร้อมสอบถามทีม ecc เกี่ยวกับอายุ พื้นฐาน และสิ่งที่ลูกกำลังเรียน เพื่อช่วยวางแนวทางที่บ้านกับในคลาสให้ไปด้วยกัน

เพราะสำหรับเด็กแล้ว คนที่ช่วยเรื่องภาษาได้ดีที่สุดที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้เด็กรู้สึกว่า “ลองพูดได้ ผิดได้ แล้วเราค่อยเรียนรู้ไปด้วยกัน”

联系语言课程

填写您的信息以便工作人员联系您。

相关内容

发送联系表格 通过微信联系 打电话询问

暹罗购物中心4楼A区 Bright Space,蓬勿万区蓬勿万市10330