
(ECC Language School)
ecc สถาบันภาษาชั้นนำที่มีสาขามากกว่า 16 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนั้น ecc ในต่างประเทศยังเป็นสถาบันที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก
ด้วยประสบการณ์การสอนกว่า 40+ ปี ของ ecc กับทุกหลักสูตรคุณภาพ ที่ผ่านการออกแบบและพัฒนาโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจนได้มาตรฐานระดับสากล
ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนจะได้รับความรู้และพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ให้มีศักยภาพก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น นอกจากหลักสูตรภาษาอังกฤษแล้ว ecc ยังมีเปิดสอนหลักสูตรภาษาต่างประเทศอื่นๆ เช่น ภาษาจีนกลาง ภาษาญี่ปุ่น ภาษาพม่า และภาษาอื่นๆ พร้อมทั้งบริการการสอนทั้งในและนอกสถานที่
ecc สถาบันภาษาและคอมพิวเตอร์แห่งแรกที่ได้รับการได้รับการรับรองมาตรฐาน คุณภาพ ISO 9001 : 2008 อย่างเป็นทางการ (Language and IT training are certified under ISO 9001 : 2008)
Corporate Training Department (CTD)
ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงและสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันองค์กรที่พร้อมด้วยวิสัยทัศน์และทีมงานที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะสามารถยื่นหยัดอยู่ได้อย่างมั่นใจ และมั่นคง
ECC Corporate Training Department ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัท หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ที่มีความประสงค์ที่จะจัดฝึกอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ แก่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานภายในองค์กร
สามารถเลือกสถานที่ฝึกอบรมได้ทั้งที่องค์กรของท่านหรือที่ ecc สาขาที่ท่านสะดวกกว่า 16 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาค
ด้วยบรรยากาศการเรียนที่สนุกสนาน และเป็นธรรมชาติ ทั้งการพูด ฟัง อ่าน และเขียน พร้อมทั้งเสริมประสบการณ์การใช้ภาษาในชีวิต ประจำวัน จากบทเพลง บทบาทสมมุติ
โดยในหนึ่งระดับ แบ่งเป็น 4 หลักสูตร หลักสูตรละ 30 ชั่วโมง โดยบรรจุ 4 หลักสูตรใน 1 ปี ทั้งนี้เพื่อให้การเรียนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด
News & Activities
พอเริ่มคิดว่าจะให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายบ้านต้องเคยมีคำถามประมาณนี้อยู่ในหัว “วัยนี้ควรเริ่ม Phonics หรือยัง?” “ลูกพูดได้บ้าง แต่ยังอ่านไม่ได้ ต้องเรียนอะไร?” “เพื่อนรุ่นเดียวกันไปไกลแล้ว ลูกเราช้าไปไหม?”
“ลูกยังเล็กไปไหม ถ้าจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนนี้?” เป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่ถามกันบ่อยมาก โดยเฉพาะบ้านที่เห็นเด็กวัยใกล้ ๆ กันเริ่มพูดภาษาอังกฤษ ร้องเพลงภาษาอังกฤษ หรือไปเรียนเสริมกันแล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า แล้วลูกเราควรเริ่มหรือยัง
พอเริ่มมองหาคอร์สภาษาอังกฤษให้ลูก คุณพ่อคุณแม่อาจเจอชื่อคอร์สเต็มไปหมด ทั้ง Phonics, 4 Skills, Conversation แล้วก็เริ่มสงสัยว่า “ลูกควรเริ่มจากอันไหนก่อน?” “ถ้าเลือก
เคยไหม เวลาอยู่บ้านลูกดูเหมือนรู้ภาษาอังกฤษอยู่ไม่น้อย เปิดเพลงก็ร้องตามได้ ถามคำศัพท์ก็พอตอบได้ บางประโยคได้ยินแล้วก็เข้าใจ แต่พอคุณครูถามจริง ๆ หรือมีคนต่างชาติชวนคุย กลับเงียบ ยิ้มอย่างเดียว
พอเลือกเนื้อหาที่อยากให้ลูกเรียนได้แล้ว อีกคำถามที่ตามมาติด ๆ มักเป็น “เรียนกลุ่มหรือตัวต่อตัวดี?” “ตัวต่อตัวครูดูแลเต็มที่กว่า แปลว่าดีกว่าไหม?” “ถ้าลูกขี้อาย เรียนกลุ่มจะยิ่งไม่กล้าพูดหรือเปล่า?” “แล้วถ้าเรียนคนเดียว
“ลูกเพิ่ง 3–4 ขวบเอง เริ่มเรียนภาษาอังกฤษเร็วไปไหม?” เป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านคิดเหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาเห็นเด็กวัยเดียวกันเริ่มร้องเพลงภาษาอังกฤษ พูดเป็นประโยค หรือเริ่มเรียน Phonics กันแล้ว
พอลูกเข้าสู่วัยประถม หลายบ้านจะเริ่มรู้สึกว่า “ภาษาอังกฤษจริงจังขึ้นแล้วนะ” จากเดิมที่ตอนอนุบาลอาจเน้นเพลง เกม คำศัพท์ หรือการพูดตาม พอขึ้นประถม เด็กเริ่มเจอโจทย์ที่ยาวขึ้น ต้องอ่าน
“กลับจากเรียนแล้วต้องทบทวนกับลูกทุกวันไหม?” “ภาษาอังกฤษเราเองก็ไม่ได้เก่ง จะสอนลูกผิดหรือเปล่า?” “เปิดหนังสือทีไร ลูกทำหน้าเหมือนมีการบ้านเพิ่มอีกแล้ว…” ถ้าเคยรู้สึกแบบนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นคุณครูภาษาอังกฤษประจำบ้าน เพราะการ ฝึกภาษาอังกฤษเด็กที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเปิดหนังสือ
“ช่วงนี้ลูกบอกว่าเรียนง่ายจัง ต้องขยับระดับแล้วหรือยัง?” “เรียนมาสักพัก แต่กลับบ้านทีไรก็บอกว่าไม่เข้าใจ แบบนี้ยากเกินไปหรือเปล่า?” หรือบางบ้านอาจเจออีกแบบ คือเมื่อก่อนลูกตื่นเต้นกับคลาสภาษาอังกฤษมาก แต่ช่วงหลังเริ่มไม่อยากไป ไม่ค่อยเล่าเรื่องในคลาส และตอบทุกครั้งว่า
พอเริ่มหาที่เรียนภาษาอังกฤษให้ลูก เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายบ้านต้องเคยผ่านช่วงที่เปิดดูหลายสถาบันจนเริ่มตาลาย – ที่หนึ่งบอกว่าเน้น Speaking – อีกที่บอกว่าครบ 4 Skills –